Category: ข่าวฟุตบอล

วิเคราะห์ผล UCL รอบแบ่งกลุ่ม ใครอยู่ใครรอด

สัปดาห์นี้เกมกลางสัปดาห์อย่าง UCL ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากทีเดียว เพราะว่าเป็นนัดตัดสินของหลายๆกลุ่มว่าใครจะอยู่ใครจะไป ใครจะร่วงไปเล่นถ้วยเล็กอย่าง ยูโรป้า ลีค หรือ ใครจะตกรอบกลับบ้านไปเลย วันนี้เรามาวิเคราะห์กันที่กลุ่ม E ที่มีทีมขวัญใจมหาชนอย่าง ลิเวอร์พูลอยู่ว่าเป็นอย่างไร
กลุ่มแห่งความตาย
ก่อนการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มจะเริ่มต้องบอกเลยว่า กลุ่มอี นี้ถือว่าเป็นแห่งความตายทีเดียว ประกอบไปด้วย ลิเวอร์พูลยอดทีมจากพรีเมียร์ลีค นาโปลีทีมแกร่งจากอิตาลี เอฟซีซัลว์บวกจากบุนเดสลีก้า และ เกงค์ สมันน้อยประจำกลุ่ม แน่นอนว่ากลุ่มนี้มีทีมแย่งกันเข้ารอบถึงสามทีมคือ ลิเวอร์พูล, นาโปลี และ เอฟซี ซัลว์บวก
ลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย
ระหว่างการแข่งขันของกลุ่มนี้ต้องบอกว่าเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์กัน เกงค์ ทำได้ดีที่สุดแค่เสมอกับนาโปลีในบ้านไป 0-0 นอกจากนั้นก็แจกแต้มให้เค้าหมด ทีมที่ทำผลงานได้ดีก็คือ ซัลว์บวก พวกเค้าชนะสอง เสมอหนึ่งแพ้สามเกม มี 7 คะแนน หากพวกเค้าไม่มาเจอลิเวอร์พูลในเกมสุดท้าย พร้อมเงื่อนไขต้องชนะให้ได้พวกเค้าอาจจะสร้างเซอร์ไพร์สเอาชนะเข้ารอบไปก็ได้ ส่วนนาโปลีเองตอนแรกเหมือนจะดี แต่เหมือนฟอร์มออกทะเลไปจนเกือบเอาตัวไม่รอดโชคดีมาเจอ เกงค์ ในเกมสุดท้ายก็เลยเก็บ 3 แต้มรอดตัวไป
บทสรุปของกลุ่ม อี
สำหรับบทสรุปของกลุ่มนี้ก็เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ แชมป์กลุ่มคือ ลิเวอร์พูล มาด้วยผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 มีทั้งหมด 13 คะแนน ผ่านเข้ารอบไปแบบหืดนิดๆ ที่สองนาโปลี ชนะ 3 เสมอ 3 มี 12 คะแนน ตามลิเวอร์พูลเข้ารอบไป ที่สามอย่างซัลบวกมี 7 คะแนนด้วยผลงาน ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 3 ต้องตกลงไปเล่นยูโรป้าลีค ส่วน เกงค์ ตกรอบกลับบ้านไปว่ากันใหม่ปีหน้า กลุ่มนี้ต้องบอกเลยว่า ซัลบวก คือทีมที่เป็นตัวแปรสำคัญอย่างแท้จริง หากเล่นได้อย่างมีประสบการณ์มากกว่านี้พวกเค้าอาจจะเบียดนาโปลีเข้ารอบได้เลย น่าเสียดาย

ฤาลิเวอร์พูลจะจบครึ่งฤดูกาลแรกแบบไร้พ่าย

ต้องบอกว่าปีนี้พวกเค้า มาแน่ ไม่ใช่ใครที่ไหน ลิเวอร์พูล นั่นเอง ฟอร์มของพวกเค้าผลงานดีมาก เอาแค่ในลีคพวกเค้าก็ยึดหัวหาดเป็นจ่าฝูงด้วยผลต่างถึง 11 แต้มที่นำอันดับสองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่ ไม่เท่านั้น พวกเค้ายังมีโอกาสเป็นแชมป์ครึ่งฤดูกาลแรกแบบไร้พ่ายแล้ว เอาจริงจะบอกว่าชนะรวดก็ได้นะ เสมอไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นเอง เหลือใครที่เค้าจะต้องผ่านบ้าง
เอฟเวอร์ตัน
ศึกผ่าเมือง ดารบี้แมตช์ เมืองลิเวอร์พูลเป็นเกมเดียวที่เหลือ ที่เรามองว่าหากลิเวอร์พูลจะแพ้ก็ต้องเกมนี้เท่านั้น ศึกศักดิ์ศรีแบบนี้นักเตะวิ่งกันแบบลืมตายเลยทีเดียวจริงอยู่ว่าตอนนี้เอฟเวอร์ตัน เหลือทางเลือกไม่มากนัก ฟอร์มโดยรวมก็ไม่ดี ลุ่มๆดอนๆ แต่ประมาทไม่ได้ พวกเค้าอาจจะใช้เกมนี้เป็นแรงกระตุ้นให้กับนักเตะเพื่อกลับมาสู่เส้นทางต่อไป ยิ่งถ้าเปลี่ยนโค้ชแล้วมาเกมนี้เกมแรกบอกเลย น่ากลัว
วัตฟอร์ด
วัตฟอร์ดเคยเป็นทีมที่น่ากลัวในซีซั่นที่แล้ว แต่มาซีซั่นนี้บอกเลยว่า หมูตู้มาก พวกเค้าชนะไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น ตอนนี้อยู่อันดับบ๊วย ซึ่งหากพวกเค้าอยากจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีคต่อไป พวกเค้าต้องวิ่งสู้ฟัดตั้งแต่เกมนี้เลย แม้จะดูทรงแล้วทำไม่ได้ก็ตามที
บอร์นมัธ
บอร์นมัธ หากดูชื่อชั้นแล้วคงไม่สามารถไปต่อกรกับลิเวอร์พูลได้เลย ทั้งนักเตะและโค้ช แต่พวกเค้ามีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งก็คือ จากเกมก่อนหน้าลิเวอร์ต้องเล่นกับเอฟเวอร์ตันในวันที่ 5 ก่อนจะมาเจอพวกเค้าในวันที่ 7 เตะค่อนข้างติดกันแบบนี้นักเตะอาจจะล้า หรือ โรเตชั่น นั่นเป็นช่องว่างเดียวที่จะทำให้บอร์นมัธสร้างเซอร์ไพร์สได้
เวสต์แฮม
ปิดท้ายเกมลีคครึ่งฤดูกาลแรกด้วย เวสต์แฮม ดูจากตารางอาจจะยิ้มเลย แต่ดูฟอร์มในสนามก็ประมาทไม่ได้ แม้คุณภาพจะสู้ลิเวอร์พูลไม่ได้ ไม่เชื่อดูเกมเชลซีที่โดนยิงฝังไป 1-0 ดูสิ หวังว่าจะมีช็อตแบบนั้นอีกในเกมกับลิเวอร์พูลนะ

อองตวน กรีซมันน์ เผยว่าการปฏิเสธ บาร์ซ่า ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบาก


“อองตวน กรีซมันน์” ดาวยิงของ แอตฯ มาดริด ออกมาเผยว่า การปฏิเสธ บาร์เซโลน่า สโมสรชื่อดังนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก เพราะนั่นหมายถึงมันจะทำให้เขาได้ลงเล่นกับ “ลีโอเนล เมสซี่”
โดยในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา กรีซมันน์ ได้ตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า แต่ในที่สุดแล้ว ศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสก็ตัดสินใจลงเล่นให้กับทัพตราหมีต่อไปในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม กรีซมันน์ ก็ได้ออกมาเผยว่า บาร์เซโลน่าได้ยื่นข้อเสนอให้เขาจริง ๆ และมันก็เป็นเรื่องที่ทำใจลำบากทีเดียวที่ต้องปฏิเสธโอกาสย้ายไปคัมป์ นู
“มันยากไหมที่ต้องปฏิเสธบาร์เซโลน่า? มันยากมากเลย บาร์เซโลน่าต้องการตัวคุณ พวกเขาโทรหาคุณ พวกเขาส่งข้อความมาหา” กองหน้าตัวเก่งของแอตฯ มาดริด บอกกับ กานาล ปลุส สื่อดังแดนน้ำหอม

“แน่นอนว่าจิตใต้สำนึกที่เรียกร้องการได้เป็นเพื่อนร่วมทีมของเมสซี่ ก็มีส่วนให้การตัดสินใจนั้นยากขึ้น แต่กับสโมสรแห่งนี้ ที่ซึ่งคุณเป็นนักเตะคนสำคัญ ที่ซึ่งสร้างโครงการต่าง ๆ โดยมีคุณเป็นศูนย์กลาง
ไหนจะมีเพื่อนร่วมทีมและผู้คนที่ทำทุกอย่างเพื่อผมอีก พวกเขามาพูดคุยกับผมโดยเพิ่มค่าเหนื่อยให้ พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่าที่นี่คือบ้านของผม และผมไม่ควรย้ายออกไป”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ซับซ้อน โดยเฉพาะกับภรรยาของผมซึ่งผมปลุกเขาขึ้นมาตอนตี 3 เพื่อจะพูดคุยในเรื่องนี้นี่แหละ” กรีซ์มันน์เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีลุ้นจะคว้าบัลลงดอร์ในปีนี้
หลังทำผลงานได้ดีด้วยการพา แอตฯ มาดริด คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ในซีซั่นที่แล้ว และพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกมาได้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดแข้งอันดับหนึ่งของโลกออกมาพูดด้วยตัวเองจริง ๆ เป็นครั้งแรกแล้วว่า อยากได้ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ แอตเลติโก มาดริด มาเล่นฟุตบอลด้วยกันที่ บาร์เซโลน่า
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าสโมสรจะเห็นว่าเรื่องเป็นความสำคัญลำดับที่เท่าไหร่” เมสซี่ เกริ่น “แต่แน่นอนว่าเราต้องการกลับไปคว้าถ้วย ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองให้ได้อีกครั้งอย่างเร็วที่สุด และเพื่อสิ่งนั้น บาร์เซโลน่า
จำเป็นต้องมีผู้เล่นเก่ง ๆ ระดับเดียวกับ อองตวน กรีซมันน์”

“ฉะนั้นหากสโมสรสามารถดึงเขามาอยู่ด้วยได้จะเป็นอะไรที่เจ๋งสุด ๆ แต่อย่างที่บอกไงว่าการซื้อ กรีซมันน์ เข้ามานั้นถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ที่เท่าไหร่ เพราะทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ บอร์ดบริหาร, ผู้จัดการทีมและสต๊าฟโค้ช”
“คุณน่าจะเคยได้ยินผมพูดไปแล้วว่า กรีซมันน์ เป็นหนึ่งในสุดยอดนักเตะของโลก การได้เล่นทีมเดียวกัน จะทำให้อะไร ๆ มันง่ายขึ้นมาก นี่แหละเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของเขาแล้ว”
“โค้ช จะเป็นคนเช็ครายละเอียดต่าง ๆ เองว่าเขาสามารถเข้ากับคนอื่น ๆ ในทีมได้ดีมากน้อยแค่ไหน แต่ผมเชื่อนะว่าเราจะคลิ้กกันได้อย่างเร็วสุด ๆ” เมสซี่กล่าว

รายงาน 30 รายชื่อนักเตะได้เข้าชิงรางวัล บัลลงดอร์ 2018

บัลลงดอร์ 2018

France Football สื่อดังได้ประกาศยืนยันรายชื่อนักเตะ จำนวน 30 รายชื่อที่ได้เข้าชิงรางวัล บัลลงดอร์ 2018 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยได้คัดเอาบรรดาแข้งซุปตาร์ชื่อดัง
ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบปีที่ผ่านมาได้ถูกใส่ชื่อเข้าร่วมชิงรางวัลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ ฟร้องซ์ ฟุตบอล ได้ทยอยประกาศรายชื่อออกมาแล้วทีละ 5 คน โดยเรียงตามลำดับตัวอักษร A-Z ซึ่งในบรรดาตัวเต็งไม่ว่าจะเป็น ลูก้า โมดริช หรือ 2 เจ้าของรางวัลนี้ในช่วง 10 ปีหลังอย่าง
ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ได้ถูกใส่ในรายชื่อเข้าชิงรางวัลในปีด้วยด้วยเช่นกัน

ขณะที่แนวรุกแข้งเด็ดของ ลิเวอร์พูล อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นก่อน
ก็มีชื่อในนักฟุตบอล 30 คนที่เข้าชิงรางวัลในครั้งนี้ด้วย

รายชื่อนักเตะ 30 คนที่ถูกนำเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล บัลลงดอร์ 2018 มีดังนี้:
1. เซร์คิโอ อเกวโร่ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เจนติน่า
2. อลิสซอน เบ็คเกอร์ : ลิเวอร์พูล, บราซิล
3. แกเร็ธ เบล : เรอัล มาดริด, เวลส์
4. คาริม เบนเซม่า : เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส
5. เอดินสัน คาวานี่ : เปแอสเช, อุรุกวัย
6. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ยูเวนตุส, โปรตุเกส
7. ธิโบต์ กูร์ตัวส์ : เรอัล มาดริด, เบลเยี่ยม
8. โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ : ลิเวอร์พูล, บราซิล
9. ดิเอโก้ โกดิน : แอตเลติโก้ มาดริด, อุรุกวัย
10. เควิน เดอ บรอยน์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เบลเยี่ยม
11. อ็องตวน กรีซมันน์ : แอตเลติโก้ มาดริด, ฝรั่งเศส
12. เอเด็น อาซาร์ : เชลซี, เบลเยี่ยม
13. อิสโก้ : เรอัล มาดริด, สเปน
14. แฮร์รี่ เคน : สเปอร์ส, อังกฤษ
15. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : เชลซี, ฝรั่งเศส
16. อูโก้ โยริส : สเปอร์ส, ฝรั่งเศส
17. มาริโอ มานด์ซูคิช : ยูเวนตุส, โครเอเชีย
18. ซาดิโอ มาเน่ : ลิเวอร์พูล, เซเนกัล
19. มาร์เซโล่ : เรอัล มาดริด, บราซิล
20. คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ : เปแอสเช, ฝรั่งเศส
21. ลิโอเนล เมสซี่ : บาร์เซโลน่า, อาร์เจนติน่า
22. ลูก้า โมดริช : เรอัล มาดริด, โครเอเชีย
23. เนย์มาร์ : เปแอสเช, บราซิล
24. แยน โอบลัค : แอตเลติโก้ มาดริด, สโลวีเนีย
25. พอล ป๊อกบา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ฝรั่งเศส
26. อิวาน ราคิติช : บาร์เซโลน่า, โครเอเชีย
27. เซร์คิโอ รามอส : เรอัล มาดริด, สเปน
28. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : ลิเวอร์พูล, อียิปต์
29. หลุยส์ ซัวเรซ : บาร์เซโลน่า, อุรุกวัย
30. ราฟาเอล วาราน : เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส

พักเบรคทีมชาติ ก่อนเข้าสู่ช่วงหฤโหด

ช่วงนี้ถือว่าเป็นการพักเบรคทีมชาติสุดท้ายของปี 2016 กันแล้ว จากที่ข่าวที่ออกมามีผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีคหลายคนเลือกใช้โอกาสนี้พักผ่อนเหมือนกับเป็นเบรคเล็กๆ ทั้งตัวเองและนักเตะที่ไม่ได้ติดทีมชาติกันแล้ว ส่วนตัวมองว่าการทำแบบนี้ถือว่าได้ประโยชน์หลายอย่างเลย แต่ขอคัดมาสัก 3 ข้อดังนี้

พักเบรคเพื่อผ่อนคลายความเครียด

ข้อแรก การพักเบรคนักเตะที่ไม่ได้เตะทีมชาติ ถือว่าเป็นการผ่อนคลายความเครียดสะสมมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นที่เหล่านักเตะต้องตระเวนเตะฟุตบอลไปเรื่อยๆ รวมถึงความกดดันที่เจอในการเล่นเกม การได้ออกไปผ่อนคลายกับครอบครัวสัก 2-3 วันก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงหฤโหดของพรีเมียร์ลีคในเดือนธันวาคม ถือว่าเป็นจิตวิทยาที่ดีทีเดียว

พักเบรคเพื่อผ่อนคลายร่างกาย

ข้อสองจิตใจได้พักแล้ว การปล่อยให้เบรคครั้งนี้ยังเป็นการพักผ่อนทางด้านร่างกายอีกด้วย เพราะนักเตะฟุตบอลอาชีพเป็นอาชีพที่ต้องใช้พละกำลังและร่างกายเป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกที่ร่างกายอาจจะทรุดโทรมลงได้ รวมถึงพวกที่มีอาการบาดเจ็บจะได้ใช้โอกาสนี้ในการรักษาอาการบาดเจ็บให้ดีขึ้นด้วย เพื่อจะได้มีร่างกายที่พร้อมจะเจอโปรแกรมสุดโหดช่วงวันบ็อกซิ่งเดย์

พักเบรคเพื่อปรับปรุงแท็คติคของทีม

ข้อสาม การพักเบรคทีมชาติอย่างนี้ ผู้จัดการทีมและทีมงานเบื้องหลังก็จะได้ใช้เวลาการวางแผนอย่างเต็มที่เนื่องจากไม่ได้ซ้อมกับทีมแล้ว แต่ก็ไม่ได้พักต้องเอาเวลาตรงนี้มาใช้ในการวางแผน แก้ปัญหา และปรับแท็คติคก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงโปรแกรมโหดบ็อกซิ่งเดย์ รวมถึงการวางแผนการแก้ไขจุดอ่อนของตัวเองอีกด้วย เพราะช่วงเดือนธันวาคมนี่แหละจะเป็นตัวตัดสินเลยว่า แต่ละทีมจะอยู่ตรงไหนของตารางคะแนน หากไม่ดีจริงอาจหลุดวงโคจรตอนนี้เลยก็เป็นได้