Category: ข่าวฟุตบอล

ผลการจับสลาก เอฟเอคัพรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ผลการจับสลาก เอฟเอคัพรอบ 8 ทีมสุดท้าย

หลังจากผ่านเกมเอฟเอคัพมาได้แบบหืดจับ ตอนนี้ทีมจากพรีเมียร์ลีค หลายทีมตบเท้าเข้ารอบมาเจอกันเองหลายคู่ทีเดียว นั่นทำให้แฟนบอลอย่างเราคงต้องเตรียมตัวนอนดึกกันอีกแล้ว ว่าแต่รอบ 8 ทีม มีใครมาเจอกับใครกันบ้างไปดูกัน

เอฟเวอร์ตัน กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ต้องบอกว่านี้เป็นคู่รอง สำหรับรอบนี้เลย เอฟเวอร์ตัน ที่โชว์ฟอร์มดีมาก ในการเอาชนะสเปอร์สมาได้แบบสุดมัน ระดับห้าดาวเลย คราวนี้พวกเค้ายังเจอเกมหนักอย่างต่อเนื่อง เป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้เลย ส่วนเรือใบเองพวกเค้าผ่านทีมไม่ยากมากเท่าไร มาเจอรอบนี้ดูจะพอตึงมือพอสมควร เป๊ป จะได้เจอกับ อันเช อีกรอบหนึ่ง

เลสเตอร์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฝั่งเพื่อนร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ อย่าง ยูไนเต็ด เองพวกเค้าเอาชนะเกมแดงเดือดมาได้ คิดว่าน่าจะเป็นงานเบาแต่เปล่าเลยเป็นงานหนักเหมือนกัน แถมเป็นคู่เอกของรายการในรอบนี้ด้วย การกับเลสเตอร์ ในเวลานี้เป็นงานยาขมหม้อใหญ่เลย อันดับในลีค เป็นตัวตัดสินได้ดี ต้องดูว่าถึงตอนนั้น เลสเตอร์ หรือ แมนยู ใครจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป

เชลซี กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

อีกหนึ่งคู่ก็มาเจอกันเองของ ทีมจากพรีเมียร์ลีค เชลซี ภายใต้การทำทีมของ ทูเคิ่ล ที่เริ่มดีวันดีคืนมาเรื่อยๆ คราวนี้พวกเค้าได้เจองานเบาอีกแล้ว กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่รอบที่แล้วชนะมาได้แบบหืดๆ มาเจอกันรอบนี้ เชลซี ไม่น่าจะเหนื่อยเท่าไร ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะผ่านเข้ารอบไปรอผู้ชนะจากคู่อื่นได้เลย

บอร์นมัธ กับ เซาท์แธมป์ตัน

บอร์นมัธ เป็นทีมสุดท้ายที่ไม่ใช่ทีมจากพรีเมียร์ลีคที่ยังหลงเหลืออยู่ การได้เจอกับเซาท์แธมป์ตัน หากเป็นสักเดือนที่แล้วคงไม่น่าจะรอด แต่ฟอร์มตอนนี้ เซาท์แธมป์ตัน ก็ไม่ได้อยู่ในจุดเดิมที่แข็งแกร่งแล้ว นักเตะเจ็บเยอะ ถ้ายังหายไม่ทันสภาพทีมก็ไม่สมบูรณ์ นั่นทำให้ บอร์นมัธ เองก็มีลุ้นพอจะล้มยักษ์จากพรีเมียร์ลีคได้ ใครจะชนะต้องลุ้นกันไป

ส่องเป้าหมายบาร์ซา ตัวไหนดี

ส่องเป้าหมายบาร์ซา ตัวไหนดี

ถือว่าเป็นช่องโหว่ใหญ่ทีเดียวจากการขาดหายไปของ หลุยส์ ซัวเรส จากอาการบาดเจ็บดังกล่าวคาดว่าจะยาวจนถึงปิดฤดูกาลทีเดียว 4-5 เดือนเป็นอย่างน้อย หากไม่อยากจะมือเปล่าในซีซั่นนี้ทำให้ทางบาร์ซาต้องรีบลงตลาดเพื่อหานักเตะมาชดเชยช่องโหว่ดังกล่าว มีใครอยู่ลิสต์บ้างเรามาวิเคราะห์กันตามหน้าสื่อ

ติโม แวร์เนอร์
คนแรกจากเวทีบุนเดสลีก้า ที่ต้องบอกเลยว่าคนนี้เป็นดาวยิงที่ร้อนแรงสุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ติโม แวร์เนอร์ ของแอร์เบ ไลป์ซิก ความรวดเร็วในการเข้าทำ การเอาชนะ 1-1 ได้ของเค้าถือว่าเป็นตัวอย่างกองหน้าที่หลายทีมอยากได้เค้ามา ลองนึกภาพว่าเค้ายืนค้ำหน้ารอลูกจ่ายของเมสซี่ กองหลังก็หนาวแล้ว สำหรับโอกาสเราให้ไว้ที่ 30% เท่านั้น ดูท่าเจ้าตัวอยากพาต้นสังกัดคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าก่อน

เอเมอริค โอบาเมยอง
คนนี้ก็ถือว่าเป็นคีย์แมนหลักของอาร์เซนอลเหมือนกัน โอบาเมยอง ตอนนี้ต้องบอกว่าเป็นเดอะแบกของทีมเลยก็ว่าได้ หากต้องการศูนย์หน้าที่พร้อมจะยิงประตูก็ต้องเค้าเลย ตัวนี้เราให้โอกาส 70% ขึ้นไปเลย เนื่องจากเจ้าตัวอยากย้ายทีมเพื่อมองหาความสำเร็จมาประดับตู้โชว์แล้ว อาร์เซนอลตอนนี้บอกเลยว่าให้กับเค้าไม่ได้ บวกกับอายุ 30 ปีแล้วเหลือเวลาในสนามอีกไม่มากหากต้องการจะเป็นแชมป์ต้องย้ายตอนนี้เท่านั้น

โรดรีโก้
คนนี้ใครที่ไม่ได้ดูบอลลาลีก้า อาจจะงงว่าใครหว่า เนื่องจากเค้าไม่ค่อยมีข่าวเท่าไรผลงานก็ไม่เด่นมากนักในฐานะกองหน้า แต่สไตล์การเล่นของเค้าจะเป็นแบบตัวใหญ่ บังบอลดี เบียดจนกองหลังกระเด็น ลูกกลางอากาศโหม่งดี ถือว่าเป็นศูนย์หน้าที่แตกต่างจากคนอื่นที่บาร์ซามี น่าจะสร้างความแตกต่าง สร้างมิติใหม่ของการเล่นบาร์ซาได้เยอะทีเดียว โอกาสให้ไว้ที่ 50%

ต้องดูว่า สามรายชื่อที่เขียนไว้ บาร์ซาจะคว้าใครมาร่วมทีมได้หรือเปล่า แต่ต้องมีแน่นอนไม่งั้นท้ายฤดูกาลแย่แน่

ดีลน่าจับตามอง หลัง เอฟเฟกต์ เมสซี่

ดีลน่าจับตามอง หลัง เอฟเฟกต์ เมสซี่

ตอนที่เราเขียนบทความอยู่นี้ ไม่แน่ว่า เมสซี่ อาจจะใส่เสื้อสโมสรอื่นลงเล่นฟุตบอลไปแล้วก็เป็นได้ ต้องยอมรับว่ากระแสของเค้ามาแรงจริง แต่ดีลของเมสซี่ที่จะลาบาร์เซโลน่านั้นไม่ได้ส่งผลต่อเค้าเพียงคนเดียวเท่านั้น มันยังส่งผลต่อทีมจนกลายเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ของทีมที่อาจจะทำให้ บาร์ซาเจอวิกฤติครั้งใหญ่ได้เลยมีดีลใครบ้าง
ดีลของ หลุยส์ ซัวเรส
คนแรกที่เอาจริงมีข่าวว่าจะย้ายออกก่อนเมสซี่อีก นั่นก็คือ เพื่อนสนิทของเค้าทั้งในและนอกสนาม หลุยส์ ซัวเรส เค้าเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ เมสซี่ขอลาทีม หลุยส์ ซัวเรส โดนบอร์ดบริหารบอกยกเลิกสัญญา ทำให้ย้ายทีมได้เลย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน ล่าสุดมีข่าวว่า เจ้าตัวจะย้ายไปหาทีมจอมสอยฟรีอย่าง ยูเวนตุส อันนี้น่าสนใจทีเดียวว่าไปแน่ แต่ถ้าไปผสานกับโรนัลโด้ และ ดีบาล่า ที่รออยู่แล้ว ความน่ากลัว มันจะมากขนาดไหน อีกอย่างอยากรู้ว่า หลุยส์ ซัวเรส เวอร์ชั่นเพื่อนเมสซี่ กับเวอร์ชั่นเพื่อนโรนัลโด้ มันจะแตกต่างกันอย่างไร
ดีลของ อีวาน ราคิติช
สำหรับดีลต่อไป ถือว่ามาแรงเหมือนกัน อีวาน ราคิติช ถือว่าเป็นนักเตะอีกคนที่ถูกยกย่องน้อยเกินไป เค้าเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เล่นได้ดีตอนอยู่บาร์ซา เป็นเหมือนผู้ปิดทองหลังพระของจริง แถมเล่นเข้ากันได้กับ เมสซี่อีกด้วย แต่ว่าเค้าเองก็โดนบอร์ดบอกให้หาทีมใหม่ได้เลย แล้วเค้าก็ทำได้จริง ด้วยการหวนคืนสู่ทีมเก่าอย่าง เซบีญ่า บอกเลยว่าดีลนี้ บาร์ซา อาจจะยังไม่เห็นผลเท่าไร แต่พอลงสนามเดี๋ยวรู้เลยว่าขาดเค้าไปขาดใจแน่นอน
ดีลของ อาร์ตูโร่ วิดาล
ดีลต่อไปที่ออกสัญญาณชัดเจนว่าไปแน่นอน เพราะบอร์ดก็ไม่เอา นักเตะก็ไม่อยากอยู่ การแยกย้ายดูจะเป็นคำตอบที่ดี อาร์ตูโร่ วิดาล เพิ่งจะออกมาให้สัมภาษณ์แบบระเบิดลงไม่สนใจใครทั้งนั้นเกี่ยวกับการทำงานของบอร์ดบริหาร เรียกว่าสะอึกกันไปทั้งทีมเลยทีเดียว การขาด วิดาลไป จะทำให้ทีมขาด ขาโจ๋ ที่พร้อมจะลุยกับคู่ต่อสู้แบบไม่กลัวใคร พร้อมทำให้อีกฝ่ายแหยงจนเล่นไม่ออกไปเองเหมือนกัน หากขาดคนนี้ไปบอกเลยว่า กองกลางบาร์ซาจะติ๋ม และหงอมาก

ใคร ๆ ก็อยากโค่นลิเวอร์พูล

sbobet
อดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์อย่าง เดวิด วิลเลียม มอยส์ ผู้จัดการทีมคนล่าสุดของขุนค้อน สโมสรเวสต์แฮมยูไนเต็ด เชื่อว่าตอนนี้ไม่ว่าทีมใด ๆ ก็อยากที่จะโค่นล้มหงส์แดง ลิเวอร์พูลเหมือนครั้งหนึ่งที่ทีมปิศาจแดง อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน
หลังจากการรอคอยอย่างยาวนานกว่าสามสิบปี หงส์แดง ลิเวอร์พูลก็ได้ทะยานขึ้นสู่จ่าฝูงในพรีเมียร์ลีกและดูเหมือนว่ามันยากมากที่จะเอาโค่นพวกเขาลง รวมถึงการแข่งที่ไร้พ่ายมาทั้งหมดถึง 42 เกมอีกด้วย
อดีตผู้จัดการทีมปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เข้ามาดูแลทีมช่วงฤดูกาล 2013-2014 อย่างเดวิด มอยส์ได้กล่าวว่าหลายสโมสรตอนนี้ต่างพากันพยายามที่จะยกเกมการแข่งขันให้ดุเดือดยิ่งขึ้นเพื่อแข่งขันกับทีมลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นเหมือนกับช่วงที่ทุกทีมพากันแข่งขันกับทีมเก่าของเขา (ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) เมื่อครั้งที่พวกเขาอยู่ในช่วงพีคของทีมเช่นกัน
“ตอนนี้ใคร ๆ ก็พากันแข่งและพยายามที่จะโค่นลิเวอร์พูลลง มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอในสนามฟุตบอล ความจริงแล้วมันเกิดขึ้นบ่อยมากตอนที่ผมยังคุมทีมปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ ทุกคนพากันแข่งขันเพื่อโค่นล้มทีมของเรา และนั่นทำให้ทีมมีการพัฒนาฝีมือที่ดีขึ้น” มอยส์กล่าวถึงช่วงเวลาที่เขาเป็นผู้จัดการทีมปิศาจแดง “ผมเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้ไม่นานมานี้ว่า ใครก็ตามที่เป็นทีมยอดเยี่ยมในตาราง ทุกคนต่างพากันวางแผนที่จะล้มพวกเขา พวกผู้จัดการทีมทุกคนต่างพากันคิดว่า จะต้องเล่นเกมยังไง ต้องใช้ผู้เล่นแบบไหน คนไหน ที่จะสามารถนำทีมไปชนะพวกเขาได้”
โดยตอนนี้ทีมคู่แข่งที่คะแนนใกล้เคียงกับลิเวอร์พูลที่สุดคือทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็ยังมีคะแนนตามหลังลิเวอร์พูลถึง 22 แต้ม โดยทีมขุนค้อน เวสต์แฮมยูไนเต็ดเองก็กำลังจะลงแข่งกับแมนฯ ซิตี้สุดสัปดาห์นี้ และมีไปเยือนลิเวอร์พูลในอีกสองอาทิตย์ถัดไป โดยมอยส์กล่าวว่าพวกเขาจะต้องสู้อย่างหนักเพื่อให้ได้แต้มได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
“เราเห็นฟอร์มการเล่นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาหลายปีแล้ว และมันยอดเยี่ยมมาก เช่นเดียวกับที่เราเห็นจากลิเวอร์พูลเช่นกัน ผมพูดได้แค่ว่า เราจะได้เจอแต่ละทีมสองครั้งในลีก และเราก็จะได้เรียนรู้อะไรมากมาย ผมรู้ว่ามันเป็นเกมที่หนักแน่ แต่พวกเราก็เข้าใจ แน่นอน เราจะพยายามไปคว้าคะแนนกลับมา”

อย่าลืมมาแทงบอลกับเรา เว็บแทงบอลออนไลน์ sbobetsc.com ที่เป็นอันดับ 1 ในเรื่องความปลอดภัย ฝากถอนโอนไว เล่นง่ายได้ตังค์อย่างแท้จริง สมาชิกใหม่สนใจรับโบนัสเมื่อสมัครสมาชิกทันที

ฤาลิเวอร์พูลจะจบครึ่งฤดูกาลแรกแบบไร้พ่าย

ต้องบอกว่าปีนี้พวกเค้า มาแน่ ไม่ใช่ใครที่ไหน ลิเวอร์พูล นั่นเอง ฟอร์มของพวกเค้าผลงานดีมาก เอาแค่ในลีคพวกเค้าก็ยึดหัวหาดเป็นจ่าฝูงด้วยผลต่างถึง 11 แต้มที่นำอันดับสองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่ ไม่เท่านั้น พวกเค้ายังมีโอกาสเป็นแชมป์ครึ่งฤดูกาลแรกแบบไร้พ่ายแล้ว เอาจริงจะบอกว่าชนะรวดก็ได้นะ เสมอไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นเอง เหลือใครที่เค้าจะต้องผ่านบ้าง
เอฟเวอร์ตัน
ศึกผ่าเมือง ดารบี้แมตช์ เมืองลิเวอร์พูลเป็นเกมเดียวที่เหลือ ที่เรามองว่าหากลิเวอร์พูลจะแพ้ก็ต้องเกมนี้เท่านั้น ศึกศักดิ์ศรีแบบนี้นักเตะวิ่งกันแบบลืมตายเลยทีเดียวจริงอยู่ว่าตอนนี้เอฟเวอร์ตัน เหลือทางเลือกไม่มากนัก ฟอร์มโดยรวมก็ไม่ดี ลุ่มๆดอนๆ แต่ประมาทไม่ได้ พวกเค้าอาจจะใช้เกมนี้เป็นแรงกระตุ้นให้กับนักเตะเพื่อกลับมาสู่เส้นทางต่อไป ยิ่งถ้าเปลี่ยนโค้ชแล้วมาเกมนี้เกมแรกบอกเลย น่ากลัว
วัตฟอร์ด
วัตฟอร์ดเคยเป็นทีมที่น่ากลัวในซีซั่นที่แล้ว แต่มาซีซั่นนี้บอกเลยว่า หมูตู้มาก พวกเค้าชนะไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น ตอนนี้อยู่อันดับบ๊วย ซึ่งหากพวกเค้าอยากจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีคต่อไป พวกเค้าต้องวิ่งสู้ฟัดตั้งแต่เกมนี้เลย แม้จะดูทรงแล้วทำไม่ได้ก็ตามที
บอร์นมัธ
บอร์นมัธ หากดูชื่อชั้นแล้วคงไม่สามารถไปต่อกรกับลิเวอร์พูลได้เลย ทั้งนักเตะและโค้ช แต่พวกเค้ามีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งก็คือ จากเกมก่อนหน้าลิเวอร์ต้องเล่นกับเอฟเวอร์ตันในวันที่ 5 ก่อนจะมาเจอพวกเค้าในวันที่ 7 เตะค่อนข้างติดกันแบบนี้นักเตะอาจจะล้า หรือ โรเตชั่น นั่นเป็นช่องว่างเดียวที่จะทำให้บอร์นมัธสร้างเซอร์ไพร์สได้
เวสต์แฮม
ปิดท้ายเกมลีคครึ่งฤดูกาลแรกด้วย เวสต์แฮม ดูจากตารางอาจจะยิ้มเลย แต่ดูฟอร์มในสนามก็ประมาทไม่ได้ แม้คุณภาพจะสู้ลิเวอร์พูลไม่ได้ ไม่เชื่อดูเกมเชลซีที่โดนยิงฝังไป 1-0 ดูสิ หวังว่าจะมีช็อตแบบนั้นอีกในเกมกับลิเวอร์พูลนะ

อองตวน กรีซมันน์ เผยว่าการปฏิเสธ บาร์ซ่า ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบาก


“อองตวน กรีซมันน์” ดาวยิงของ แอตฯ มาดริด ออกมาเผยว่า การปฏิเสธ บาร์เซโลน่า สโมสรชื่อดังนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก เพราะนั่นหมายถึงมันจะทำให้เขาได้ลงเล่นกับ “ลีโอเนล เมสซี่”
โดยในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา กรีซมันน์ ได้ตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า แต่ในที่สุดแล้ว ศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสก็ตัดสินใจลงเล่นให้กับทัพตราหมีต่อไปในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม กรีซมันน์ ก็ได้ออกมาเผยว่า บาร์เซโลน่าได้ยื่นข้อเสนอให้เขาจริง ๆ และมันก็เป็นเรื่องที่ทำใจลำบากทีเดียวที่ต้องปฏิเสธโอกาสย้ายไปคัมป์ นู
“มันยากไหมที่ต้องปฏิเสธบาร์เซโลน่า? มันยากมากเลย บาร์เซโลน่าต้องการตัวคุณ พวกเขาโทรหาคุณ พวกเขาส่งข้อความมาหา” กองหน้าตัวเก่งของแอตฯ มาดริด บอกกับ กานาล ปลุส สื่อดังแดนน้ำหอม

“แน่นอนว่าจิตใต้สำนึกที่เรียกร้องการได้เป็นเพื่อนร่วมทีมของเมสซี่ ก็มีส่วนให้การตัดสินใจนั้นยากขึ้น แต่กับสโมสรแห่งนี้ ที่ซึ่งคุณเป็นนักเตะคนสำคัญ ที่ซึ่งสร้างโครงการต่าง ๆ โดยมีคุณเป็นศูนย์กลาง
ไหนจะมีเพื่อนร่วมทีมและผู้คนที่ทำทุกอย่างเพื่อผมอีก พวกเขามาพูดคุยกับผมโดยเพิ่มค่าเหนื่อยให้ พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่าที่นี่คือบ้านของผม และผมไม่ควรย้ายออกไป”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ซับซ้อน โดยเฉพาะกับภรรยาของผมซึ่งผมปลุกเขาขึ้นมาตอนตี 3 เพื่อจะพูดคุยในเรื่องนี้นี่แหละ” กรีซ์มันน์เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีลุ้นจะคว้าบัลลงดอร์ในปีนี้
หลังทำผลงานได้ดีด้วยการพา แอตฯ มาดริด คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ในซีซั่นที่แล้ว และพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกมาได้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดแข้งอันดับหนึ่งของโลกออกมาพูดด้วยตัวเองจริง ๆ เป็นครั้งแรกแล้วว่า อยากได้ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ แอตเลติโก มาดริด มาเล่นฟุตบอลด้วยกันที่ บาร์เซโลน่า
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าสโมสรจะเห็นว่าเรื่องเป็นความสำคัญลำดับที่เท่าไหร่” เมสซี่ เกริ่น “แต่แน่นอนว่าเราต้องการกลับไปคว้าถ้วย ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองให้ได้อีกครั้งอย่างเร็วที่สุด และเพื่อสิ่งนั้น บาร์เซโลน่า
จำเป็นต้องมีผู้เล่นเก่ง ๆ ระดับเดียวกับ อองตวน กรีซมันน์”

“ฉะนั้นหากสโมสรสามารถดึงเขามาอยู่ด้วยได้จะเป็นอะไรที่เจ๋งสุด ๆ แต่อย่างที่บอกไงว่าการซื้อ กรีซมันน์ เข้ามานั้นถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ที่เท่าไหร่ เพราะทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ บอร์ดบริหาร, ผู้จัดการทีมและสต๊าฟโค้ช”
“คุณน่าจะเคยได้ยินผมพูดไปแล้วว่า กรีซมันน์ เป็นหนึ่งในสุดยอดนักเตะของโลก การได้เล่นทีมเดียวกัน จะทำให้อะไร ๆ มันง่ายขึ้นมาก นี่แหละเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของเขาแล้ว”
“โค้ช จะเป็นคนเช็ครายละเอียดต่าง ๆ เองว่าเขาสามารถเข้ากับคนอื่น ๆ ในทีมได้ดีมากน้อยแค่ไหน แต่ผมเชื่อนะว่าเราจะคลิ้กกันได้อย่างเร็วสุด ๆ” เมสซี่กล่าว

รายงาน 30 รายชื่อนักเตะได้เข้าชิงรางวัล บัลลงดอร์ 2018

บัลลงดอร์ 2018

France Football สื่อดังได้ประกาศยืนยันรายชื่อนักเตะ จำนวน 30 รายชื่อที่ได้เข้าชิงรางวัล บัลลงดอร์ 2018 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยได้คัดเอาบรรดาแข้งซุปตาร์ชื่อดัง
ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบปีที่ผ่านมาได้ถูกใส่ชื่อเข้าร่วมชิงรางวัลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ ฟร้องซ์ ฟุตบอล ได้ทยอยประกาศรายชื่อออกมาแล้วทีละ 5 คน โดยเรียงตามลำดับตัวอักษร A-Z ซึ่งในบรรดาตัวเต็งไม่ว่าจะเป็น ลูก้า โมดริช หรือ 2 เจ้าของรางวัลนี้ในช่วง 10 ปีหลังอย่าง
ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ได้ถูกใส่ในรายชื่อเข้าชิงรางวัลในปีด้วยด้วยเช่นกัน

ขณะที่แนวรุกแข้งเด็ดของ ลิเวอร์พูล อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นก่อน
ก็มีชื่อในนักฟุตบอล 30 คนที่เข้าชิงรางวัลในครั้งนี้ด้วย

รายชื่อนักเตะ 30 คนที่ถูกนำเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล บัลลงดอร์ 2018 มีดังนี้:
1. เซร์คิโอ อเกวโร่ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เจนติน่า
2. อลิสซอน เบ็คเกอร์ : ลิเวอร์พูล, บราซิล
3. แกเร็ธ เบล : เรอัล มาดริด, เวลส์
4. คาริม เบนเซม่า : เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส
5. เอดินสัน คาวานี่ : เปแอสเช, อุรุกวัย
6. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ยูเวนตุส, โปรตุเกส
7. ธิโบต์ กูร์ตัวส์ : เรอัล มาดริด, เบลเยี่ยม
8. โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ : ลิเวอร์พูล, บราซิล
9. ดิเอโก้ โกดิน : แอตเลติโก้ มาดริด, อุรุกวัย
10. เควิน เดอ บรอยน์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เบลเยี่ยม
11. อ็องตวน กรีซมันน์ : แอตเลติโก้ มาดริด, ฝรั่งเศส
12. เอเด็น อาซาร์ : เชลซี, เบลเยี่ยม
13. อิสโก้ : เรอัล มาดริด, สเปน
14. แฮร์รี่ เคน : สเปอร์ส, อังกฤษ
15. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : เชลซี, ฝรั่งเศส
16. อูโก้ โยริส : สเปอร์ส, ฝรั่งเศส
17. มาริโอ มานด์ซูคิช : ยูเวนตุส, โครเอเชีย
18. ซาดิโอ มาเน่ : ลิเวอร์พูล, เซเนกัล
19. มาร์เซโล่ : เรอัล มาดริด, บราซิล
20. คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ : เปแอสเช, ฝรั่งเศส
21. ลิโอเนล เมสซี่ : บาร์เซโลน่า, อาร์เจนติน่า
22. ลูก้า โมดริช : เรอัล มาดริด, โครเอเชีย
23. เนย์มาร์ : เปแอสเช, บราซิล
24. แยน โอบลัค : แอตเลติโก้ มาดริด, สโลวีเนีย
25. พอล ป๊อกบา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ฝรั่งเศส
26. อิวาน ราคิติช : บาร์เซโลน่า, โครเอเชีย
27. เซร์คิโอ รามอส : เรอัล มาดริด, สเปน
28. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : ลิเวอร์พูล, อียิปต์
29. หลุยส์ ซัวเรซ : บาร์เซโลน่า, อุรุกวัย
30. ราฟาเอล วาราน : เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส

พักเบรคทีมชาติ ก่อนเข้าสู่ช่วงหฤโหด

ช่วงนี้ถือว่าเป็นการพักเบรคทีมชาติสุดท้ายของปี 2016 กันแล้ว จากที่ข่าวที่ออกมามีผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีคหลายคนเลือกใช้โอกาสนี้พักผ่อนเหมือนกับเป็นเบรคเล็กๆ ทั้งตัวเองและนักเตะที่ไม่ได้ติดทีมชาติกันแล้ว ส่วนตัวมองว่าการทำแบบนี้ถือว่าได้ประโยชน์หลายอย่างเลย แต่ขอคัดมาสัก 3 ข้อดังนี้

พักเบรคเพื่อผ่อนคลายความเครียด

ข้อแรก การพักเบรคนักเตะที่ไม่ได้เตะทีมชาติ ถือว่าเป็นการผ่อนคลายความเครียดสะสมมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นที่เหล่านักเตะต้องตระเวนเตะฟุตบอลไปเรื่อยๆ รวมถึงความกดดันที่เจอในการเล่นเกม การได้ออกไปผ่อนคลายกับครอบครัวสัก 2-3 วันก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงหฤโหดของพรีเมียร์ลีคในเดือนธันวาคม ถือว่าเป็นจิตวิทยาที่ดีทีเดียว

พักเบรคเพื่อผ่อนคลายร่างกาย

ข้อสองจิตใจได้พักแล้ว การปล่อยให้เบรคครั้งนี้ยังเป็นการพักผ่อนทางด้านร่างกายอีกด้วย เพราะนักเตะฟุตบอลอาชีพเป็นอาชีพที่ต้องใช้พละกำลังและร่างกายเป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกที่ร่างกายอาจจะทรุดโทรมลงได้ รวมถึงพวกที่มีอาการบาดเจ็บจะได้ใช้โอกาสนี้ในการรักษาอาการบาดเจ็บให้ดีขึ้นด้วย เพื่อจะได้มีร่างกายที่พร้อมจะเจอโปรแกรมสุดโหดช่วงวันบ็อกซิ่งเดย์

พักเบรคเพื่อปรับปรุงแท็คติคของทีม

ข้อสาม การพักเบรคทีมชาติอย่างนี้ ผู้จัดการทีมและทีมงานเบื้องหลังก็จะได้ใช้เวลาการวางแผนอย่างเต็มที่เนื่องจากไม่ได้ซ้อมกับทีมแล้ว แต่ก็ไม่ได้พักต้องเอาเวลาตรงนี้มาใช้ในการวางแผน แก้ปัญหา และปรับแท็คติคก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงโปรแกรมโหดบ็อกซิ่งเดย์ รวมถึงการวางแผนการแก้ไขจุดอ่อนของตัวเองอีกด้วย เพราะช่วงเดือนธันวาคมนี่แหละจะเป็นตัวตัดสินเลยว่า แต่ละทีมจะอยู่ตรงไหนของตารางคะแนน หากไม่ดีจริงอาจหลุดวงโคจรตอนนี้เลยก็เป็นได้

เจาะฟอร์เมชั่นใหม่ของโซลชาร์ จากเกมอุ่นเครื่อง

sbobet
การซ้อมของแต่ละทีมตอนนี้น่าจะเข้าสู่เฟสสุดท้ายของการซ้อมกันแล้ว นั่นก็คือ การซ้อมเพื่อลงสนามจริง แท็คติค ฟอร์เมชั่นของจริง ตอนแรกทีมในพรีเมียร์ลีคต้องการจะขอเตะอุ่นเครื่องก่อนสักหนึ่งเกมเพื่อเตรียมความพร้อม แต่แผนโดนล้มพับไปทำให้พวกเค้าไม่มีทางเลือกต้องใส่เสื้ออุ่นกันเอง 11 vs 11 แมนยูทำไปแล้ว ถือว่าเห็นอะไรค่อนข้างชัดเจนเลย แบ่งออกเป็นทีมสีแดงและสีเหลือง วันนี้เรามาว่ากันเรื่องฟอร์เมชั่นกัน
ทีมสีแดง 451 หรือ 4231
สำหรับสีแดง โซลชาร์ติดตั้งระบบฟอร์เมชั่นด้วย 451 หรือ 4231 จะลงตัวกว่า เป็นแผนหลังสี่ ที่เรามองว่าน่าจะเป็นฟอร์เมชั่นหลักของโซลชาร์ในช่วงที่เหลือของฤดูกาลเลย ตรงนี้ตอนซ้อมกองหลังอาจจะยังไม่ชัวร์เท่าไรว่ามีใครบ้าง แต่ถ้าดูแล้วไม่ผิดน่าจะเป็น ชอว์ แมกไกรว์ +….. และ วานบิสซาก้า ที่เว้นว่างไว้ น่าสนใจเพราะว่าจากการซ้อมยังไม่มีใครลงเล่นคู่อย่าง ลินเดอเลิฟ กับ ไบญี่ ส่วนการซ้อม โฟซูแมนซ่า กับ ตวนเซเบ้ น่าจะยังไม่พร้อมสำหรับการลงตัวจริง ขยับขึ้นมาแผงกองกลาง ตัวรับสองตัว ป็อกบา คู่มาติช อันนี้โอเค แนวรุกสามตัว ถ้าให้เดาน่าจะเป็น มาร์คซิยาล บรูโน่ และ เจมส์มากกว่า ส่วนกองหน้าเป้าน่าจะเป็น แรชฟอร์ด หรือไม่ก็ อิ๊กฮาโล่ สลับกันลง
ทีมสีเหลือง 352
สำหรับฟอร์เมชั่นฝั่งสีเหลือง มาใน 352 กองหลังสาม จากการซ้อม ชอว์ กับ วานบิสซาก้า ได้อยู่ตรงกลางคงเป็น แมกไกรว์ เท่านั้น กองกลาง 5 ตัว เป็นตัวรับสองตัว สูตรนี้ น้องแม็ค กับ เฟร็ดก็ได้ แล้วปล่อยให้ เกมรุกเป็นของ เปร์เรร่า บรูโน่ และ มาต้า ถ้ามาสูตรนี้เลยก็โอเค เน้นความคล่องตัว ชิ่ง 1-2 แล้วหาช่องว่างไปเรื่อย จากนั้นให้บรูโน่ ยิงจากแถวสองหรือจ่ายทะลุช่องให้กับสองกองหน้า ที่หน้าจะเปลี่ยนจากตอนซ้อมเป็น มาร์คซิยาล กับ แรชฟอร์ดมากกว่า สูตรนี้น่าจะมาเจาะเกมแดนกลางขึงพรืดในเกมที่อึดอัดสักหน่อยแล้วใช้ความสามารถเฉพาะตัวเจาะเอา ต้องดูว่า ฟอร์เมชั่นสองอย่างนี้ โซลชาร์จะหยิบมาเล่นตอนไหนบ้าง

วิเคราะห์ผล UCL รอบแบ่งกลุ่ม ใครอยู่ใครรอด

สัปดาห์นี้เกมกลางสัปดาห์อย่าง UCL ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากทีเดียว เพราะว่าเป็นนัดตัดสินของหลายๆกลุ่มว่าใครจะอยู่ใครจะไป ใครจะร่วงไปเล่นถ้วยเล็กอย่าง ยูโรป้า ลีค หรือ ใครจะตกรอบกลับบ้านไปเลย วันนี้เรามาวิเคราะห์กันที่กลุ่ม E ที่มีทีมขวัญใจมหาชนอย่าง ลิเวอร์พูลอยู่ว่าเป็นอย่างไร
กลุ่มแห่งความตาย
ก่อนการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มจะเริ่มต้องบอกเลยว่า กลุ่มอี นี้ถือว่าเป็นแห่งความตายทีเดียว ประกอบไปด้วย ลิเวอร์พูลยอดทีมจากพรีเมียร์ลีค นาโปลีทีมแกร่งจากอิตาลี เอฟซีซัลว์บวกจากบุนเดสลีก้า และ เกงค์ สมันน้อยประจำกลุ่ม แน่นอนว่ากลุ่มนี้มีทีมแย่งกันเข้ารอบถึงสามทีมคือ ลิเวอร์พูล, นาโปลี และ เอฟซี ซัลว์บวก
ลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย
ระหว่างการแข่งขันของกลุ่มนี้ต้องบอกว่าเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์กัน เกงค์ ทำได้ดีที่สุดแค่เสมอกับนาโปลีในบ้านไป 0-0 นอกจากนั้นก็แจกแต้มให้เค้าหมด ทีมที่ทำผลงานได้ดีก็คือ ซัลว์บวก พวกเค้าชนะสอง เสมอหนึ่งแพ้สามเกม มี 7 คะแนน หากพวกเค้าไม่มาเจอลิเวอร์พูลในเกมสุดท้าย พร้อมเงื่อนไขต้องชนะให้ได้พวกเค้าอาจจะสร้างเซอร์ไพร์สเอาชนะเข้ารอบไปก็ได้ ส่วนนาโปลีเองตอนแรกเหมือนจะดี แต่เหมือนฟอร์มออกทะเลไปจนเกือบเอาตัวไม่รอดโชคดีมาเจอ เกงค์ ในเกมสุดท้ายก็เลยเก็บ 3 แต้มรอดตัวไป
บทสรุปของกลุ่ม อี
สำหรับบทสรุปของกลุ่มนี้ก็เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ แชมป์กลุ่มคือ ลิเวอร์พูล มาด้วยผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 มีทั้งหมด 13 คะแนน ผ่านเข้ารอบไปแบบหืดนิดๆ ที่สองนาโปลี ชนะ 3 เสมอ 3 มี 12 คะแนน ตามลิเวอร์พูลเข้ารอบไป ที่สามอย่างซัลบวกมี 7 คะแนนด้วยผลงาน ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 3 ต้องตกลงไปเล่นยูโรป้าลีค ส่วน เกงค์ ตกรอบกลับบ้านไปว่ากันใหม่ปีหน้า กลุ่มนี้ต้องบอกเลยว่า ซัลบวก คือทีมที่เป็นตัวแปรสำคัญอย่างแท้จริง หากเล่นได้อย่างมีประสบการณ์มากกว่านี้พวกเค้าอาจจะเบียดนาโปลีเข้ารอบได้เลย น่าเสียดาย